อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตั้งครอบคลุมพื้นที่รอยต่อของสองจังหวัด คืออำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลกมีเนื้อที่ประมาณ 307 ตารางกิโลเมตร หรือ 191,875 ไร่

 

ลักษณะภูมิประเทศ

โดยทั่วไปเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน ประกอบด้วยยอดภูเขาที่สำคัญ คือ ภูแผงม้า ภูขี้เถ้า ภูลมโล ภูหินร่องกล้า โดยมีภูลมโลเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด สูงประมาณ 1,664 เมตร จากระดับน้ำทะเล รองลงมาคือ ภูหินร่องกล้า ซึ่งมีความสูงประมาณ 1,614 เมตร เทือกเขาเหล่านี้จะมีความสูงลดหลั่นลงไปจากด้านทิศตะวันออกไปทางทิศตะวันตก และเป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย เช่น ลำน้ำไซ ห้วยหลวงใหญ่ เป็นต้น

ลักษณะภูมิอากาศ

ภูหินร่องกล้ามีลักษณะภูมิอากาศคล้ายภูกระดึงและภูหลวง เนื่องจากมีความสูงระดับไล่เลี่ยกัน อากาศจะหนาวเย็นเกือบตลอดปี โดยเฉพาะในฤดูหนาวอุณหภูมิจะต่ำมาประมาณ 0-4 องศาเซลเซียส มีหมอกคลุมทั่วบริเวณ ส่วนฤดูร้อนอากาศจะเย็นสบาย ฝนตกชุกในฤดูฝน อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 18-25 องศาเซลเซียส

พรรณพืชและสัตว์ป่า

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ปกคลุมด้วยป่าไม้ 3 ชนิด คือ ป่าเต็งรัง ป่าดิบเขา และป่าสนเขา ป่าเต็งรังเป็นป่าที่ขึ้นในพื้นที่ระดับต่ำบริเวณเชิงเขา พื้นดินเป็นดินที่ขาดความอุดมสมบูรณ์ค่อนข้างแห้งแล้ง พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ เต็ง รัง พะยอม เหียง ตะคร้อ พลวง ฯลฯ ส่วนป่าดิบเขาจะขึ้นในบริเวณเขาสูง ซึ่งมีปริมาณน้ำฝนค่อนข้างมาก อากาศชื้น เป็นป่ารกทึบพันธุ์ไม้ที่พบเห็นทั่วไป ได้แก่ ก่อเดือย ก่อหัวหมู อบเชย ทะโล้ ส่วนไม้พื้นล่าง ได้แก่ หวายปาล์มชนิดต่างๆ สำหรับป่าสนเขาเป็นป่าบนที่ราบหลังภู มีสนสองใบและสนสามใบขึ้นปะปนกัน แต่ส่วนใหญ่เป็นสนสองใบ บางแห่งอยู่รวมกันเป็นป่าสนกว้างขนาดใหญ่
นอกจากนี้ยังพบพันธุ์กล้วยไม้ป่า ดอกไม้ป่าหลายชนิดขึ้นอยู่ตามลานหิน เช่น เอื้องม้าวิ่ง เอื้องตาเหิน เอื้องคำหิน เอื้องสายสามสี ซ้องนางคลี่ เหง้าน้ำทิพย์ กุหลาบขาว กุหลาบแดง ฟองหิน รวมทั้งมอส เฟิร์น ไลเคน และตะไคร่ชนิดต่างๆ ซึ่งในช่วงปลายฤดูฝนต่อฤดูหนาว ดอกไม้ป่าเหล่านี้จะออกดอกบานสะพรั่งมีสีสันงดงามมาก

ในอดีต อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า มีสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น เสือ กวาง เก้ง กระจง นกชนิดต่างๆ ครั้นต่อมาเมื่อกลายเป็นแหล่งอาศัยของคนจำนวนมาก และยังเคยเป็นสมรภูมิแห่งการสู้รบมาก่อน สัตว์ป่าต่างๆจึงถูกล่าเป็นอาหารเสียมาก ในปัจจุบันไม่พบสัตว์ป่าขนาดใหญ่อาศัยอยู่เลย คงพบแต่นกบางชนิดเท่านั้น

 
 
จุดเด่นและสถานที่น่าสนใจ
 
 

 

 


เนื่องจากอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เป็นอุทยานแห่งชาติทางประวัติศาสตร์ ซึ่งมีสภาพธรรมชาติที่สวยงามแปลกตาผิดจากอุทยานแห่งชาติโดยทั่วไป ดังนั้นจุดเด่นที่น่าสนใจจึงแบ่งออกเป็น
2 ด้าน คือ
ด้านประวัติศาสตร์
ได้แก่สถานที่ที่อดีต ผกค.เคยใช้เป็นที่อยู่อาศัย เป็นที่ประกอบกิจกรรมต่างๆ ซึ่งสถานที่เหล่านี้จะได้รับการรักษาดูแลให้คงอยู่ในสภาพเดิม เช่น
โรงเรียนการเมือง การทหาร
อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 6 กิโลเมตร มีสภาพเป็นป่ารกครึ้มหนาแน่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ในอดีตเคยเป็นสถานที่สำหรับให้การศึกษาตามแนวทางของลัทธิคอมมิวนิสต์ ในบริเวณโรงเรียนการเมืองการทหารจะประกอบไปด้วย บ้านฝ่ายพลเรือน ฝ่ายพลาธิการ ฝ่ายสื่อสาร และสถานพยาบาล ส่วนเหล่านี้มีทั้งหมด 31 หลัง เป็นบ้านหลังเล็กๆกระจายอยู่อย่างเป็นระเบียบ ภายในบ้านแต่ละหลังจะมีแคร่สำหรับนอนและโต๊ะสำหรับเขียนหนังสือ ทำด้วยไม้กระดานอย่างหยาบๆ เศษข้าวของกระจายอยู่เกลื่อน บางหลังเริ่มผุพังเพราะถูกปล่อยให้ร้าง หลังจากมวลชนทำการมอบตัวแล้ว นอกจากนี้บริเวณตอนกลางของโรงเรียนการเมือง การทหาร มีรถแทรกเตอร์จอดอยู่ 1 คัน ซึ่ง ผกค.ยึดจากบริษัท พิฆเนตร แล้วเผาทิ้งไว้
สำนักอำนาจรัฐ
อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอุทยานฯห่างจากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 3 กิโลเมตร เป็นสถานที่ดำเนินการทางด้านปกครอง มีการพิจารณาและลงโทษผู้กระทำผิดหรือละเมิดต่อกฏลัทธิ มีคุกสำหรับขังผู้กระทำความผิด มีสถานที่ทอผ้าและโรงซ่อมเครื่องจักรกลหลงเหลืออยู่
หมู่บ้านมวลชน
เป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มมวลชน มีอยู่หลายหมู่บ้าน เช่นหมู่บ้านดาวแดง หมู่บ้านดาวชัย แต่ละหมู่บ้านมีบ้านประมาณ 40-50 หลังเรียงรายอยู่ในป่ารกริมทางที่ตัดมาจากอำเภอหล่มสัก ลักษณะบ้านเป็นบ้านไม้หลังเล็กๆไม่ยกพื้น หลังคามุงด้วยกระเบื้องไม้ บ้านแต่ละหลังจะมีหลุมหลบภัยทางอากาศอยู่ด้วย
โรงพยาบาล
อยู่ห่างจากสำนักอำนาจรัฐ ประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นโรงพยาบาลกลางป่าที่มีอุปกรณ์ในการรักษาคนป่วยเกือบครบถ้วน มีห้องปรุงยา ห้องพักฟื้น และยาชนิดต่างๆเป็นอันมาก
ด้านธรรมชาติที่สวยงาม
ลานหินแตก
อยู่ห่างจากฐานพัชรินทร์ ประมาณ 300 เมตร ลักษณะเป็นลานหินที่มีรอยแตกเป็นแนว เป็นร่องเหมือนแผ่นดินแยก รอยแตกนี้บางรอยก็มีขนาดแคบ แต่รากต้นหญ้าชอนไชไปได้ บางรอยก็กว้างพอคนก้าวข้ามได้ และบางรอยก็กว้างจนไม่สามารถกระโดดข้ามไปถึง สำหรับความลึกของร่องหินแตกนั้นไม่สามารถจะคะเนได้ ลักษณะเช่นนี้สันนิษฐานว่าอาจจะเกิดจากการโก่งตัวหรือเคลื่อนตัวของผิวโลก จึงทำให้พื้นผิวนั้นแตกออกเป็นแนว นอกจากนี้ปริมาณลานหินแตกยังปกคลุมไปด้วย มอส ไลเคน ตะไคร่ เฟิร์น และกล้วยไม้ชนิดต่างๆ
ลานหินปุ่ม
อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 4 กิโลเมตร อยู่ริมหน้าผา ลักษณะเป็นลานหินซึ่งมีหินผุดขึ้นเป็นปุ่มไล่เลี่ยกัน คาดว่าเกิดจากการสึกกร่อนตามธรรมชาติของหินทางเคมีและฟิสิกส์ ในอดีตบริเวณนี้ใช้เป็นที่พักฟื้นของคนไข้ในโรงพยาบาล เนื่องจากอยู่บนหน้าผา จึงมีลมพัดเย็นสบายเหมาะแก่การนักพักผ่อน
ผาชูธง
อยู่ห่างจากลานหินปุ่มประมาณ 500 เมตร เป็นหน้าผาสูงชัน สามารถเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล โดยเฉพาะภาพวิวพระอาทิตย์ตกดินจะสวยงามไม่แพ้จุดชมวิวอื่นๆ บริเวณนี้เคยเป็นสถานที่ซึ่ง ผกค.จะขึ้นไปชูธงแดงทุกครั้ง เมื่อรบชนะทหารของรัฐบาล
น้ำตกหมันแดง
เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ 32 ชั้น ปัจจุบันยังไม่มีทางรถเข้าถึงและยังไม่พร้อมสำหรับการท่องเที่ยว
น้ำตกร่มเกล้าภารดร
เป็นน้ำตกฝาแฝด 2 แห่ง ที่อยู่ติดๆกัน อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 4 กิโลเมตร ก่อนถึงโรงเรียนการเมืองการทหารประมาณ 1 กิโลเมตร จากถนนสายใหญ่จะต้องเดินตัดลงไปบนทางเท้าที่ทำขึ้นใหม่เป็นระยะทางประมาณ 800 เมตร ตัวน้าตกไม่สูงใหญ่นัก แต่สภาพแวดล้อมโดยรอบมีลักษณะเป็นป่าบริสุทธิ์อันงดงามมาก
น้ำตกศรีพัชรินทร์
ตั้งอยู่ก่อนถึงที่ทำการอุทยานฯบริเวณเชิงเขาประมาณ 4-5 กิโลเมตร ยังไม่มีทางรถเข้าถึงและยังไม่พร้อมสำหรับการท่องเที่ยว
น้ำตกแก่งลาด น้ำตกตาดฟ้า
ตั้งอยู่บริเวณเชิงภูหินร่องกล้า โดยแยกซ้าย จากหมู่บ้านห้วยน้ำไซต่อไปประมาณ 2 กิโลเมตรจะถึงที่ทำการพลังงานไฟฟ้าห้วยทะมึน อันเป็นที่ตั้งของน้ำตกแก่งลาด จากน้ำตกแก่งลาดขึ้นเขาต่อไปประมาณ 4-5 กิโลเมตร มีทางเดินแยกซ้ายลงไปน้ำตกตาดฟ้า เป็นน้ำตกชั้นเดียวขนาดใหญ่ที่สวยงามมาก

 
 

 

 

การเดินทาง

จากกรุงเทพเป็นหลัก สามารถใช้ได้ 2 เส้นทางคือ
เส้นทางแรก จากกรุงเทพ ไปตามทางหลวงหมายเลข
1 ผ่านจังหวัดสระบุรีถึงพุแค ระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์ ถึงอำเภอหล่มเก่า ระยะทางประมาณ 270 กิโลเมตร ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 2331 ถึงที่ทำการอุทยาน ระยะทางประมาณ 65 กิโลเมตร
เส้นทางที่สอง เดินทางจากกรุงเทพ ถึงตัวเมืองจังหวัดพิษณุโลก(ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
1 ถึงนครสวรรค์ แล้วต่อด้วยทางหลวง หมายเลข 117 สู่พิษณุโลก) แล้วต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 12 เส้นทางพิษณุโลก-นครไทย ระยะทางประมาณ 68 กิโลเมตร จะถึงสามแยกบ้านแยง แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่อำเภอนครไทย ก่อนถึงอำเภอนครไทยประมาณ 6 กิโลเมตร ให้เลี้ยวขวาไปยังอุทยาน ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร
สำหรับผู้ที่เดินทางโดยไม่ใช้รถส่วนตัว แนะนำให้ใช้เส้นทางสายที่สอง เพราะจะมีรถประจำทางเส้นทางพิษณุโลก-นครไทย วิ่งเป็นประจำ แล้วค่อยไปต่อรถสองแถวที่อำเภอนครไทย ขึ้นไปยังอุทยานอีกทีหนึ่ง

อนึ่ง ช่วง
10 กิโลเมตรสุดท้าย ที่จะขึ้นไปยังอุทยาน จะเป็นทางลาดชันมากโดยตลอด จึงไม่แนะนำให้นำรถบัสและ รถที่มีน้ำหนักมากขึ้นลง เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้
นอกจากการเดินทางทางรถยนต์แล้ว ยังสามารถเดินทางโดยทางเครื่องบินไปลงที่พิษณุโลกได้อีกทางหนึ่ง

จากพิษณุโลก โดยสารรถยนต์ไปตามเส้นทางพิษณุโลก-หล่มสัก ระยะทาง 68 กิโลเมตร ก็จะถึงสามแยกบ้านแยง แล้วเดินทางเช่นเดียวกับเส้นทางที่สอง

เส้นทางระหว่างพิษณุโลก-เพชรบูรณ์ -ขอนแก่น(ทางหลวงหมายเลข
12) เป็นเส้นทางการท่องเที่ยวที่น่าสนใจเส้นทางหนึ่ง นอกจากจะมีความงดงาม ที่ตัดผ่านเทือกเขาที่สลับซับซ้อน

 
บ้านพักและจุดพักแรม

ที่พักบนอุทยานภูหินร่องกล้านั้นมีบ้านพักไวับริการนักท่องเที่ยว ดังนี้
บ้านพักของอุทยาน มีจำนวน
8 หลัง สิ่งอำนวยความสะดวกและค่าบริการต่างกัน คือ ราคา 1,400 บาท/คืน , 1,200 บาท/คืน, 800 บาท/คืน และ 500 บาท/คืน
เต้นท์โรงนอนรวม มีจำนวน
8 โรงนอน อัตราค่าบริการ 800 บาท/คืนเท่ากันหมดทุกหลัง ภายในจะมีที่นอนรวมได้ 20 เตียง และมีเต้นท์กางให้ชั้นในอีกที
ค่ายพักแรมของอุทยาน มีไว้บริการ จำนวน
2 ค่าย ค่าบริการ 1,000 บาท/คืน ทั้ง 2 ค่าย ภายในมี 5 ห้องๆละ 200 บาท
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการหาความเป็นธรรมชาติ ทางอุทยาน ได้จัดเตรียมสถานที่กางเต้นท์บริเวณลานสน และลานหิน ที่กว้างใหญ่ บรรยากาศดี สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้นับพันคน และมีห้องน้ำไว้ให้บริการหลายจุดด้วยกัน เสียค่าบำรุงคนละ
10 บาท/คืน
ซึ่งสำหรับผู้ที่ไม่ได้เตรียมเต้นท์และเครื่องนอนไป สามารถเช่าที่อุทยานได้เลยราคาไม่แพง
นักท่องเที่ยวสามารถสำรองที่พักได้ที่ส่วนอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ โทร.(
02)579-5734 และที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตู้ ปณ.3 อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก 65120 โทร.01-226-0726,(055) 233-527

 
 

Author information goes here.
Copyright © 2549  [
www.talontourthai.com ]. All rights
reserved.
ปรับปรุงล่าสุด : มิถุนายน 25, 2549 .
ออกแบบและจัดทำโดย  PIRUNYA