เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า (Wildlife sanctuary)
เป็นพื้นที่ที่กำหนดขึ้นเพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าโดยปลอดภัย เพื่อให้สัตว์ป่าในพื้นที่ดังกล่าว จะได้มีโอกาสสืบพันธุ์และขยายพันธุ์ตามธรรมชาติได้มากขึ้น และทำให้สัตว์ป่าบางส่วนมีโอกาสกระจายพันธุ์ออกไปในท้องที่แหล่งอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า


เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
(Wildlife sanctuary)


เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการสงวนและรักษาถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าเพื่อเป็นแหล่งอาหาร หลบหนีศัตรู และขยายพันธุ์ตามธรรมชาติ ในปัจจุบันมีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ารวมทั้งสิ้น 46 เขต รวมเนื้อที่ 20,459,098 ไร่
ในการกำหนดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามีบทบัญญัติตาม พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ว่า
"เมื่อรัฐบาลเห็นสมควรกำหนดบริเวณที่ดินแห่งใดให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าโดยปลอดภัย เพื่อรักษาไว้ซึ่งพันธุ์สัตว์ป่าก็กระทำได้โดยประกาศพระราชกฤษฎีกา และให้มีแผนที่แสดงแนวเขต แห่งบริเวณที่กำหนดนั้นแนบท้ายพระราชกฤษฎีกาด้วย บริเวณที่กำหนดนี้ เรียกว่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ที่ดินที่จะกำหนดให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านั้น ต้องเป็นที่ดินที่มิได้อยู่ในกรรมสิทธิ์หรือครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายของบุคคลใดซึ่งมิใช่ทบวงการเมือง"

นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดกฎเกณฑ์สำหรับประชาชนทั่วไปในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เช่น
- ห้ามมิให้ผู้ใดล่าสัตว์ป่าทุกชนิด หรือเก็บ หรือทำอันตรายแก่ไข่ หรือรังของสัตว์ป่า ยกเว้น เพื่อการศึกษาหรือการวิจัยทางวิชาการซึ่งต้องได้รับหนังสืออนุญาตจากอธิบดีกรมป่าไม้
- ห้ามมิให้ผู้ใดเข้าไปครอบครองยึดถือที่ดิน หรือตัดโค่น แผ้วถาง เผา ทำลายต้นไม้หรือพฤกษชาติอื่น หรือขุดหาแร่ ดิน หิน หรือเลี้ยงสัตว์ หรือเปลี่ยนแปลงทางน้ำ หรือทำให้น้ำในลำน้ำ ลำห้วย หนอง บึง ท้วมท้นหรือเหือดแห้งหรือเป็นพิษต่อสัตว์ป่า
เพื่อเป็นการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ (biodiversity)
การเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าของบุคคลซึ่งมิได้มีหน้าที่ทางราชการ จะต้องได้รับอนุญาตก่อน และเมื่อได้รับอนุญาตให้เข้าไปแล้วจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งแรกของประเทศไทย ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ จังหวัดกาญจนบุรี โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.2508 ปัจจุบันมีเนื้อที่ 536,594 ไร่ หลังจากนั้นก็ได้มีการจัดตั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแห่งล่าสุดที่ตั้งขึ้น ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองเครือหวายเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดจันทบุรี มีเนื้อที่ 165,796 ไร่ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2541
ในจำนวนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทั้ง 46 แห่งของประเทศไทยนี้ มี 2 แห่ง ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็น ดินแดนมรดกทางธรรมชาติของโลก ได้แก่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ได้รับประกาศเป็นทางการให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เมื่อ พ.ศ. 2517 มีพื้นที่ประมาณ 2,000,000 ไร่ มีอาณาบริเวณครอบคลุม อ.ทองผาภูมิ กับ อ.สังขละบุรี ในจังหวัดกาญจนบุรี และ อ.อุ้งผาง จังหวัดตาก
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ได้รับประกาศเป็นทางการ เมื่อ พ.ศ. 2515 และประกาศขยายเพิ่มพื้นที่อีกใน พ.ศ. 2529 รวมเป็นพื้นที่ประมาณ 1,610,000 ไร่ มีอาณาเขตติดต่อกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร โดยครอบคลุม อ.บ้านไร่ และ อ.ลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ไปจนถึง อ.อุ้งผาง จังหวัดตาก
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทั้ง 2 แห่งนี้ เป็นแหล่งต้นน้ำ ลำธารหลายสาย มีป่าหลากหลายชนิด มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิดและสัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์ 21 ชนิด สัตว์ที่ถูกคุกคามอีก 65 ชนิด จึงนับเป็นแหล่งของทรัพยากรพันธุ์สัตว์ป่าที่มีค่ายิ่ง


หลักเกณฑ์การกำหนดพื้นที่ให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า


จิระ จินตนุกูล (2528) ได้กล่าวถึง หลักการเลือกพื้นที่เพื่อจัดตั้งรักษาพันธุ์สัตว์ป่าว่า ควรมีลักษณะ 5 ประการ ดังนี้
1. เป็นบริเวณที่มีสัตว์ป่าชุกชุม มีสัตว์ป่าชนิดที่หายากหรือกำลังจะสูญพันธุ์อาศัยอยู่ ในท้องที่บางแห่งแม้จะมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่เพียงไม่กี่ชนิด แต่หากเป็นสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าที่คุ้มครองหายากหรือใกล้จะสูญพันธุ์ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ
2. เป็นบริเวณที่มีแหล่งน้ำแหล่งอาหาร และที่หลบภัยของสัตว์ป่าอย่างเพียงพอ และเหมาะสำหรับเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า พื้นที่บางแห่งซึ่งประกอบด้วยธรรมชาติพิเศษและเคยเป็นถิ่นที่อยู่(Habitat) ของสัตว์ป่าที่หายาก ก็จำเป็นจะต้องสงวนและรักษาไว้ สำหรับโอกาสที่จะนำสัตว์ป่าเหล่านั้นกลับมาอยู่ตามธรรมชาติในถิ่นที่อยู่เดิมของมัน
3. เป็นพื้นที่ซึ่งมีขนาดใหญ่พอสมควร และมีสภาพป่าหลายลักษณะอยู่ในผืนเดียวกัน เช่น ทุ่งหญ้า ป่าโปร่ง ป่าดงดิบ ฯลฯ ป่าไม้ที่ประกอบด้วยสภาพป่าหลายลักษณะ ย่อมจะสามารถอำนวยประโยชน์แก่สัตว์ป่าได้มากทั้งชนิดและจำนวน และถ้าหากพื้นที่เหล่านี้มีอาณาบริเวณติดต่อกันเป็นพื้นที่ ขนาดใหญ่มากขึ้นเท่าใด ก็จะยิ่งอำนวยประโยชน์ต่อสัตว์ป่าขนาดใหญ่ ซึ่งจะสามารถอพยพเคลื่อนย้ายหากินไปตามฤดูกาลต่างๆ โดยปลอดภัยยิ่งขึ้น
4. เป็นพื้นที่ที่ไม่อยู่ในกรรมสิทธิ์หรือครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายของบุคคลใดซึ่งไม่ใช่ทบวงการเมือง หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ พื้นที่ของทางราชการนั้นเอง
5.
ป็นพื้นที่ซึ่งอยู่ห่างจากชุมชนพอสมควรและถูกรบกวนน้อย ในสถานการณ์ปัจจุบันป่าไม้แทบทุกแห่งมักจะถูกรบกวนจากประชาชนไม่มากก็น้อย ป่าไม้ที่อยู่ห่างไกลจากชุมชนย่อมจะได้รับผลกระทบจากประชาชนน้อยกว่าที่อยู่ใกล้เมือง และจะมีผลต่อการดำเนินการในลักษณะเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในอนาคตเป็นอันมาก


ประโยชน์จากการจัดตั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า


1. เป็นการป้องกันสัตว์ป่าที่หาได้ยากมิให้ต้องสูญพันธุ์
2. สัตว์ป่าที่มีอยู่ในเขตรักาพันธุ์สัตว์ป่า ได้รับความคุ้มครองและปลอดภัยทำให้สามารถสืบพันธุ์และเพิ่มจำนวนมากขึ้น สัตว์ป่าที่เพิ่มขึ้นนี้จะมีโอกาสกระจายไปยังป่าส่วนอื่น ๆ ต่อไป
3. เนื่องจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นต้นน้ำลำธาร แหล่งน้ำ ดิน หิน และสภาพแวดล้อมอื่น ๆ จะได้รับการคุ้มครองป้องกันไว้เป็นอย่างดี เป็นการรักษาป่าไม้ไว้ไม่ให้ถูกทำลาย ทำให้ป่าต้นน้ำคงอยู่เพื่อช่วยหล่อเลี้ยงแม่น้ำสายต่าง ๆ ให้มีน้ำไหลตลอดปี
4. บรรดาสัตว์ป่าในเขตรักาาพันธุ์สัตว์ป่า จะเป็นเครื่องดึงดูดให้นักทัศนาจรทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้าไปเที่ยว ซึ่งจะเป็นการช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้กว้างขวางยิ่งขึ้นและจะนำมาซึ่งรายได้ ของประชาชนในท้องถิ่นอีกทางหนึ่งด้วย
5. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเป็นเสมือนห้องทดลองสำหรับศึกษาค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์แขนงต่าง ๆ โดยเฉพาะสาขาชีววิทยา จึงถือได้ว่าการจัดตั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ป่าไม้ แหล่งต้นน้ำลำธาร ตลอดจนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ภายในเขตฯ ให้คงอยู่ตลอดไปได้ รวมทั้งเป็นการช่วยสนับสนุนให้เป็นไปตามจุดประสงค์ของพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 และเป็นการส่งเสริมวิทยาการด้านสัตว์ป่า และชีววิทยาให้กว้างขวางก้าวหน้ายิ่งขึ้น อนาคตของงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์ป่าของประเทศส่วนหนึ่งฝากไว้กับพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า โดยมีส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่เป็นผู้รับผิดชอบและความรับผิดชอบอีกส่วนหนึ่ง ที่จะขาดเสียมิได้ก็คือ ความร่วมมือและให้ความสำคัญต่อป่าอนุรักษ์ในรูปของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งถือว่าเป็นสมบัติส่วนรวมของชาติและของคนไทยทุกคน


เขตห้ามล่าสัตว์ป่า
(Non-hunting area)


เขตห้ามล่าสัตว์ป่า คือ พื้นที่ที่กำหนดขึ้นเพื่ออนุรักษ์สัตว์ป่าบางชนิดตามประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งส่วนใหญ่ ได้แก่ นกน้ำ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าแห่งแรกของไทย คือ เขตห้ามล่าสัตว์ทะเลน้อย
เขตห้ามล่าสัตว์ป่า เป็นพื้นที่ที่ให้ความคุ้มครองแก่สัตว์ป่า เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร แหล่งของความหลากหลายของพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ป่า แหล่งที่ระบบนิเวศจะคงความสมดุลย์อยู่ได้ เป็นสถานที่สำหรับการศึกษาค้นคว้าวิจัยทางวิชาการ ส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกที่ดีเผยแพร่ความรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติแก่ประชาชนทั่วไป
สิรภัทร สืบค้า (2541) ได้กล่าวถึงพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ในส่วนที่เกี่ยวกับการกำหนดพื้นที่ให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าไว้ดังนี้ "บริเวณสถานที่ที่ใช้ในราชการ หรือใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์ หรือประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันแห่งใด รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการจะกำหนดให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าชนิดหรือประเภทใดก็ได้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อได้มีการประกาศของรัฐมนตรีกำหนดเขตห้ามล่าสัตว์ป่าชนิดหรือประเภทใดแล้ว ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการต่อไปนี้ ล่าสัตว์ป่าชนิดหรือประเภทนั้น เก็บหรือทำอันตรายแก่รังของสัตว์ป่าซึ่งห้ามมิให้ล่านั้น ยึดถือครอบครองที่ดิน หรือตัดโค่น แผ้วถาง เผา หรือทำให้น้ำในลำน้ำ ลำห้วย หนอง บึง ท่วมท้น เหือดแห้ง เป็นพิษ หรือเป็นอันตรายต่อสัตว์ป่า เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดี หรือเมื่ออธิบดีได้ประกาศอนุญาตไว้เป็นคราวๆ ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าแห่งหนึ่งใดโดยเฉพาะ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานอื่นใดมีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือปฎิบัติการเพื่อประโยชน์ในการศึกษา หรือด้านการวิจัยทางวิชาการในเขตห้ามล่าสัตว์ป่า พนักงานเจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงานนั้นต้องปฎิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ"
ปัจจุบันประเทศไทยมีเขตห้ามล่าสัตว์ป่ารวม 50 เขต รวมเนื้อที่ 2,655,644 ไร่

 

เขตรักษาพันธุสัตว์ป่า

พื้นที่จังหวัด

สาละวิน แม่ฮ่องสอน
แม่ยวมฝั่งขวา แม่ฮ่องสอน
ลุ่มน้ำปาย แม่ฮ่องสอน
สันปันแด แม่ฮ่องสอน
ดอยเวียงหล้า แม่ฮ่องสอน
แม่เลา-แม่แสะ แม่ฮ่องสอน,ชียงใหม่
เชียงดาว เชียงใหม่
สะเมิง เชียงหม่
อมก๋อย เชียงใหม่,ตาก
อุ้มผาง ตาก
แม่ตื่น ตาก
ห้วยขาแข้ง ตาก,อุทัยธาน
ทุ่งใหญ่นเรศวร ตาก,กาญจนบุรี
สลักพระ กาญจนบุรี
เขาสนามเพรียง กำแพงเพชร
เวียงลอ พะเยา
ถ้ำเจ้ารา สุโขทั
ดอยผาเมือง ลำพูน,ลำปาง
ดอยผาช้าง พะเยา,น่าน
ดอยหลวง แพร่
ลำน้ำน่านฝั่งขวา แพร่,อุตรดิตถ์
น้ำปาด อุตรดิตถ
แม่จริม อุตรดิตถ์
ภูเมี่ยง-ภูทอง อุตรดิตถ์,พิษณุโลก
ภูผาแดง เพชรบูรณ์
ตาเบาะ-ห้วยใหญ่ เพชรบูรณ์,ชัยภูมิ
ผาผึ้ง ชัยภูมิ
ภูเขียว ชัยภูมิ
ภูหลวง เลย
ภูค้อ-ภูกระแต เล
ภูวัว หนองคาย
บุณฑริก-ยอดมน อุบลราชธานี
ยอดโดม อุบลราชธานี
ภูสีฐาน มุกดาหาร,กาฬสินธุ์
พนมดงรัก ศรีสะเกษ
ห้วยศาลา ศรีสะเกษ
ดงใหญ่ บุรีรัมย์
ห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ สุรินทร์
เขาเขียว-เขาชมภู่ ชลบุรี
เขาอ่างฤาไน ฉะเชิงเทรา,ชลบุรี,ระยอง, สระแก้ว,จันทบุรี
คลองเครือหวายเฉลิมพระเกียรติฯ จันทบุรี
เขาสอยดาว จันทบุรี
ซับลังกา ลพบุรี
แม่น้ำภาชี ราชบุรี
อุทยานเสด็จในกรม-กรมหลวงชุมพร ด้านทิศเหนือ ประจวบคีรีขันธ์,ชุมพร
อุทยานเสด็จในกรม-กรมหลวงชุมพร ด้านทิศใต้ ชุมพร,ระนอง
ควนแม่ยายหม่อน ชุมพร,ระนอง
ทุ่งระยะ-นาสัก ชุมพร,ระนอง
คลองนาคา ระนอง,สุราษฎร์ธานี
คลองแสง สุราษฎร์ธานี
คลองยัน สุราษฎร์ธานี
คลองพระยา สุราษฎร์ธานี ,กระบี
เขาประ-บางคราม กระบี่,ตรัง
โตนปริวรรต พังงา
กะทูน นครศรีธรรมราช
เขาบรรทัด ตรัง,พัทลุง,สงขลา,สตูล
โตนงาช้าง สงขลา,สตูล
ฮาลา-บาลา ยะลา,นราธิวาส
เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ นราธิวาส
   
 

Author information goes here.
Copyright © 2549  [
www.talontourthai.com ]. All rights
reserved.
ปรับปรุงล่าสุด : กรกฎาคม 07, 2549 .
ออกแบบและจัดทำโดย  PIRUNYA