หน้าบ้านตะลอนทั่วไทย
Calendar
 กรกฏาคม 2009 
อาจ.อ.พ.พฤศ.ส.
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
Gallery Gallery
กระดานสนทนาตะลอนทั่วไทย
หน้าบ้านตะลอนทั่วไทย
รวมทุกกระดานตะลอนทั่วไทย
เครือข่ายรักษ์สิ่งแวดล้อม เครือข่ายรักษ์สิ่งแวดล้อม
กิจกรรมรักษ์เมืองไทย กิจกรรมรักษ์เมืองไทย
ท่องเที่ยวทั่วไทย ท่องเที่ยวทั่วไทย
ตะลอนทั่วโลก ตะลอนทั่วโลก
ห้องภาพตะลอนทั่วไทย ห้องภาพตะลอนทั่วไทย
ที่นี่มีแต่...เพื่อน ที่นี่มีแต่...เพื่อน
กระดานประชาสัมพันธ์ กระดานประชาสัมพันธ์
บันทึกตะลอนทั่วไทย
กิจกรรมตะลอนรักษ์เมืองไทย 6 กิจกรรมตะลอนรักษ์เมืองไทย 6
กิจกรรมตะลอนรักษ์เมืองไทย 5
กิจกรรมเพื่อนอาสา'51
กิจกรรมวันเด็ก '52
ทริปปั่นพิชิต ภูทับเบิก
ดอยสอยมาลัย
ลานสนภูสอยดาว
ภูหินร่องกล้า
ภูเรือ-นาแห้ว ภาค 1
ภูเรือ-นาแห้ว ภาคจบ
แอ่วเหนือ สายลมหนาว
ปางอุ๋ง-ปาย-ห้วยน้ำดัง
แนะนำทริปตะลอนทั่วไทย
ทริปน้ำตกทีลอซู 1
ทริปน้ำตกทีลอซู 2
ทริปน้ำตกทีลอเล
ทริปทีลอซู ทีลอเล
ทริปอุ้มผางคี
ทริป อช.นาแห้ว 1
ทริป อช.นาแห้ว 2
ทริป น้ำตกภูสอยดาว
ทริปเขาสก
resort guesthouse
กิ๊ฟเฮ้าท์
ปิรามิดรีสอร์ท
ไทรโยคแค้มป์ไซด์
ผู้เข้าชมในขณะนี้
ขณะนี้มี 1 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
powered_by.png, 1 kB
ข่าวท่องเที่ยวน่าสนใจ
ขอเชิญร่วมทำบุญปฏิบัติธรรมและวิปัสสนาเนื่องในงานนมัสการพระธาตุนาดูน - นายนวล สารสอน ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานขอนแก่น เปิดเผยว่าอำเภอนาดูน ได้กำหนดจัดงานนมัสการพระธาตุนาดูนขึ้นระหว่างวันที่ 7 – 15 กุมภาพันธ์ 2552 ณ บริเวณพระธาตุนาดูน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม เพื่อส่งเสริมกิจกรรม เนื่องในวันมาฆบูชา วันสำคัญทางพุทธศาสนา อันเป็นการสืบทอดวิถีปฏิบัติอันดีงามของชาวพุทธให้คงอยู่สืบไป พระธาตุนาดูน หรือพุทธมณฑลอีสาน เป็นสถานที่ที่ค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์โบราณคดีที่แสดงว่าบริเวณแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรื่องของนครจำปาศรี เมืองโบราณในอดีต อีกทั้งได้ขุดพบสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุบรรจุในตลับทองคำ เงิน และสำริด ซึ่งสันนิษฐานว่ามีอายุอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 13 – 15 สมัยทวาราวดี จึงได้สร้างพระธาตุตามแบบสถูปที่ได้ค้นพบ และทุกปี จะมีการจัดงานนมัสการพระธาตุนาดูนขึ้น และในปีนี้กิจกรรมในงานประกอบด้วยขบวนแห่ประเพณี 12 เดือน การทำบุญตักบาตร การเวียนเทียนวันมาฆบูชา การปฏิบัติธรรมวิปัสสนา การออกนิทรรศการของหน่วยงานต่างๆ การแสดงแสง สี เสียง ประวัติความเป็นมานครจำปาศรี และการจัดร้านสินค้าชุมชน ททท. สำนักงานขอนแก่น จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้สนใจเข้าร่วมงานได้ในวันเวลาดังกล่าวข้างต้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองทุนพระธาตุนาดูน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม โทรศัพท์ 043 – 797129


นั่งรถม้าชมโบราณสถาน - นั่งรถม้าชมโบราณสถาน นั่งรถม้า พาเที่ยวเมืองกรุงเก่า เป็นการท่องเที่ยวที่ช่วยอนุรักษ์สภาพแวดล้อม ไม่ก่อเกิดมลภาวะ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสความขรึมขลังอลังการของโบราณสถาน ปราสาท ราชวัง และวัดวาอารามเก่าแก่ต่าง ๆ ของกรุงเก่าจากการโดยสารบนรถม้าที่มีสารถีซึ่งได้รับการอบรมมาอย่างดี รถม้าบรรทุกผู้โดยสารได้ครั้งละ 2 - 3 คน สถานที่จอดรถม้าอยู่บริเวณศาลาริมถนนใกล้วัดพระราม รายละเอียดติดต่อ กรุงเก่ารถม้า โทร. 08 6134 9599, 08 3040 5058, 08 1946 2540, 08 1755 6675, 08 4611 8646, 08 6654 8393


ชมโบราณสถาน ไหว้พระ ทำบุญ โดยรถตุ๊กตุ๊กหน้ากบ - ชมโบราณสถาน ไหว้พระ ทำบุญ โดยรถตุ๊กตุ๊กหน้ากบ เมื่อกล่าวถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลาย ๆ คนคงจะนึกถึงเมืองแห่งวัดวาอาราม และโบราณสถานมากมาย และพาหนะในการนำเที่ยวเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวหลายคนเดินทางมาถึงจะได้พบกับ “ตุ๊กตุ๊กหน้ากบ” ที่มีไว้บริการนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป รถตุ๊กตุ๊ก หรือชื่อเรียกทางราชการว่า "รถสามล้อเครื่อง" เริ่มแรกเป็นการนำรถสามล้อเครื่อง กระบะบรรทุก จากประเทศญี่ปุ่น เข้ามาดัดแปลง เข้ามาในเมืองไทยครั้งแรกปี พ.ศ. 2503 เพื่อทดแทนรถสามล้อถีบซึ่งถูกห้ามวิ่งในเขตกรุงเทพมหานคร ยุคแรก ๆ มีทั้งยี่ห้อไดฮัทสุ ฮีโน่ มาสด้า มิตซูบิชิ ปัจจุบันเหลือเพียง ไดฮัทสุ ทุกวันนี้ประเทศไทยได้ผลิตและส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศด้วย ในนาม "TUK-TUK" สามล้อตุ๊กตุ๊กมีบริการทั่วไปทุกจังหวัด ซึ่งบางท้องที่จะมีลักษณะเฉพาะพิเศษ อย่างเช่นรถตุ๊กตุ๊กในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีหน้ารถขนาดใหญ่กว่าทั่วไปจะเรียกกันว่า "รถตุ๊กตุ๊กหน้ากบ" ซึ่งจะสามารถหาใช้บริการได้ทั่วไปในอำเภอพระนครศรีอยุธยา


สัปดาห์ดอกลิ้นจี่ขาวบานสะพรั่ง น้ำผึ้งเกสรลิ้นจี่หอมหวาน - วัดอินทาราม จังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมกับ ส่วนราชการ และกลุ่มชาวสวนลิ้นจี่ กำหนดจัดงาน “สัปดาห์ดอกลิ้นจี่ขาวบานสะพรั่ง น้ำผึ้งเกสรลิ้นจี่หอมหวาน” ขึ้นในวันที่ 17 มกราคม -1 กุมภาพันธ์ 2552 ณ วัดอินทาราม จังหวัดสมุทรสงคราม นางสาวอังคณา พุ่มผกา ผู้อำนวยการสำนักงาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า การจัดงานดังกล่าว เกิดขึ้นจากความร่วมมือของชาวสวนลิ้นจี่ ที่เมื่อถึงเวลาที่ลิ้นจี่ติดดอก ชาวสวนจะใช้ผึ้งในการผสมเกสรให้ลิ้นจี่ติดผลได้ดี และผลผลิตที่ได้คือ น้ำผึ้งจำนวนมาก ชาวบ้านจึงรวมตัวกันจัดงานเพื่อจำหน่ายน้ำผึ้งในราคาถูก และเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้ทราบล่วงหน้าว่าในปีนี้จะมีลิ้นจี่ให้นักท่องเที่ยวได้ชิมในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2552 ซึ่งในปีนี้คาดว่าลิ้นจี่จะให้ผลผลิตดี เนื่องจากลิ้นจี่สมุทรสงครามจะให้ผลผลิตดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ หากอากาศหนาว-เย็น ลิ้นจี่ถึงให้ผลผลิตดี ดังนั้นงานดังกล่าวจึงไม่ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ปีนี้จึงถือเป็นโอกาสดีที่นักท่องเที่ยวจะได้ร่วมงานและทดลองชิมอาหารหลากหลายเมนูที่ปรุงจากดอกลิ้นจี่ ที่สำคัญผู้จัดงานเตรียมน้ำผึ้งดอกลิ้นจี่ 1,000 ขวด ไว้แจกฟรี สำหรับผู้เข้าร่วมงานในวันที่ 17 มกราคม 2552 นอกจากนี้ยังมีตลาดน้ำวัดอินทาราม ที่จำหน่ายสินค้า พืชผลทางการเกษตรจากชาวบ้าน ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกชมและซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้านอีกด้วย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วัดอินทาราม โทร. 08 6639 9496 หรือ ททท. สำนักงานสมุทรสงคราม โทร. 0 3475 2847-8 E-mail : tatsmsk@tat.or.th


ขี่จักรยานชมวิถีชีวิตชาวไทยอง และวัดดอนหลวง - ขี่จักรยานชมวิถีชีวิตชาวไทยอง และวัดดอนหลวง บ้านดอนหลวง ตั้งอยู่ที่หมู่ 7 ต.แม่แรง อ.ป่าซาง ขี่จักรยานชมวิถีชีวิตชาวไทยองและวัดดอนหลวง สัมผัสวัฒนธรรมการทอผ้าฝ้ายแบบโบราณ จากภูมิปัญญาชาวไทยอง บ้านดอนหลวง ชุมชนชาวไทยองที่เข้ามาตั้งถิ่นฐาน ณ บ้านดอนหลวง เมื่อกว่า 200 ปี ที่ผ่านมา ชาวบ้านส่วนใหญ่มีเชื้อสายชาวเมืองยองในประเทศพม่า ซึ่งมีวัฒนธรรมการทอผ้าสืบทอดต่อกันมา แทบทุกครัวเรือนได้รับการถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาการทอผ้าฝ้ายแบบโบราณ สืบต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ภายในหมู่บ้านจึงเรียงรายไปด้วยร้านขายผ้าฝ้ายทอมือทั้งร้านเล็ก ร้านใหญ่ ที่มองเข้าไปจะเห็นหญิงสาวชาวบ้านดอนหลวงนั่งทอผ้าด้วยกี่โบราณอยู่ภายในบ้าน สลับกับการออกมาต้อนรับนักท่องเที่ยวที่แวะเวียนมาชมการทอผ้าและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายทอมือ ถึงวันนี้... ชาวบ้านดอนหลวงก็ยังคงรักษาวัฒนธรรมและกรรมวิธีการทอผ้าฝ้ายแบบโบราณไว้อย่างสมบูรณ์ บ้านดอนหลวงจึงเป็นแหล่งผลิตผ้าฝ้ายทอมือแบบโบราณที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายทอมือที่จำหน่ายตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นผลผลิตของบ้านดอนหลวง นอกจากมรดกภูมิปัญญาการทอผ้าฝ้ายแบบโบราณ บ้านดอนหลวงยังเป็นชุมชนที่มีความงดงามทั้งวิถีชีวิต และวัฒนธรรมพื้นบ้าน โดยเฉพาะลักษณะของบ้านเรือน แทบทุกหลัง ยังคงรูปแบบของบ้านชาวเหนือ อาจมีการตกแต่งแบบร่วมสมัยบ้าง แต่ก็คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของตนเอง ทำให้สัมผัสได้ถึงบรรยากาศพื้นบ้านที่สุขสงบแบบล้านนา


ดนตรีในสวนปีที่ 16 สมัยกาลดนตรีไทย - ดนตรีในสวนปีที่ 16 สมัยกาลดนตรีไทย แสดงทุกวันอาทิตย์ เวลา 17.30 - 19.30 น. ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ - วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2552 ณ ศาลาภิรมย์ภักดี บริเวณสวนปาล์ม สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร รายการแสดง วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ วงคุณพระช่วยออเครสตรา (ในรายการคุณพระช่วย) วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม ทีมงานโมเดิร์นเรดิโอ ลูกทุ่งมหานคร F.M.95 (ดีเจ จิ้ง) วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม ชินกร ไกรลาศ ศิลปินแห่งชาติ เจ้าของเพลง "ยอยศพระลอ" วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม ประลองปี่พาทย์ประชันวง ของ มรภ.พระนคร วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม วงบอยไทย วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม วงดนตรีแจ๊ส วันอาทิตย์ที่ 5 เมษายน วงดนตรีเพชร พนมรุ้ง (ราชาเพลงโห่) วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน วงดนตรีไทยกรุงเทพมหานคร วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน วงดุริยางค์เยาวชนไทย (สังกัด สวช.) วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน การแสดงศิลปะพื้นบ้าน 4 ภาค และการแสดงโขน (สังกัด สวช.) หมายเหตุ - ติดตามรายการแสดงได้ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบโครงการจากโฆษณาใน - หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับทุกวันพุธและวันศุกร์ - หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับทุกวันพฤหัสบดีและวันเสาร์ - หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับทุกวันพฤหัสบดี ติดต่อสอบถาม - หนังสือพิมพ์มติชน โทร. 0 2589 0020 ต่อ 1702 - กรุงเทพมหานคร โทร. 0 2621 0703-4 - www.matichon.co.th


วันทิวลิปบานที่ไชยปราการ เชียงใหม่ ครั้งที่ 2 ณ ดอยผาแดง - การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่ ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ขอเชิญนักท่องเที่ยวร่วมงาน “ทิวลิปบานที่ไชยปราการ เชียงใหม่ ครั้งที่ 2" ระหว่างวันที่ 3 – 5 มกราคม 2552 ณ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ – ไม้เมืองหนาว ดอยผาแดง อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ วัตถุประสงค์ของการจัดงานเพื่อเปิดเส้นทางท่องเที่ยวแห่งใหม่เชื่อมโยงไปยังสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง ทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรม โดยจะมีพิธีเปิดในวันเสาร์ที่ 3 มกราคม 2552 เวลา 09.00 น. สำหรับกิจกรรมภายในงานที่น่าสนใจตลอดทั้ง 3 วัน เช่น การประกวดธิดาดอย การแข่งขันกีฬาชนเผ่า การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากชนเผ่าต่างๆ อาทิ จีนยูนนาน ลาหู่ ลีซอ ไทยใหญ่ นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถเข้าเยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ ไม้เมืองหนาว ดอยผาแดง บ้านสินชัย ซึ่งตั้งอยู่เส้นทางผ่านอำเภอไชยปราการก่อนขึ้นดอยอ่างขาง มีภูมิอากาศหนาวเย็นตลอดปี เหมาะสำหรับการปลูกดอกไม้เมืองหนาว ให้นักท่องเที่ยวได้ชม โดยเฉพาะดอกทิวลิปที่ปลูกไว้จะบานเต็มที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวพักผ่อนในช่วง ผู้ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานเชียงใหม่ โทร. 053 248 604, 248 607, 302 500 โทรสาร 053 248 605 หรือ TAT Call Center 1672


งานเทศกาลท่องเที่ยวดอกกระเจียวงาม - สถานที่ บริเวณอุทยานแห่งชาติป่าหิน อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ วันที่ 1 มิถุนายน - 31 สิงหาคม 2552 งานวันดอกกระเจียวงาม ทุกปี จะเริ่มงานตั้งแต่ ช่วงเดือน มิถุนายน กรกฏาคม และสิงหาคม ของทุกๆปีโดยช่วงแรกต้นเดือนมิถุนายนจะจัดงาน "วันกระเจียวคืนทุ่ง" โดย อบต.บ้านไร่ และทุกอบต.ในเขต อ.เทพสถิตพร้อมขบวนรถบุปผาชาติจากเหล่าอบต. และโรงเรียนในเขตบ้านไร่รวม 16 ขบวนและชมสาวงามจากชาวบ้านไร่ ในงานประกวด "เทพธิดาดอกกระเจียว" ในปี 2551 นี้ทางจังหวัด จัดวันเปิดงานวันที่ 9 มิถุนายน พร้อมการแสดงต่าง ๆ ทุกอาทิตย์ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวในเขตอุทยานฯ รัศมีไม่เกิน 6 กม.จะแนะนำท่านในช่วงถัดจากนี้ไปพร้อมแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดชัยภูมิ อื่น ๆ อีกนับหลายสิบแห่งเท่าที่เวลาของท่านมีอยู่ในจังหวัดชัยภูมิ นี้ เมื่อท่านได้มาพักผ่อน ณ.อุทยานแห่งนี้ ท่านสามารถสัมผัสกับอากาศหนาวเย็นสบายเกือบตลอดปีโดยเฉลี่ยทั้งปี อยู่ที่ 4 - 25 องศา (ในช่วงกลางคืน) และช่วงกลางวัน เฉลี่ยเดือนเมษายน ไม่เคยเกิน 32 องศาจึงทำให้หลาย ๆ ท่านที่ได้แวะมา ณ.อุทยานฯ แห่งนี้เป็นครั้งแรก ต้องแปลกใจกับอากาศที่ แตกต่างจากกรุงเทพฯอย่างสิ้นเชิงและอีกหลาย ๆ ท่านที่เดินทางมาจากทางภาคเหนือตอนบน กล่าวว่า..."อากาศที่นี่ ดีกว่าบ้านเค้าด้วยซ้ำ" และอีกหลายท่านที่เดินทางมาจากทางวังน้ำเขียว(อากาศดีติด1ใน7ของโลก) ยังคาดไม่ถึงว่าที่นี่อากาศไม่แพ้บ้านเค้าเลยนั่นเป็นเพียงการกล่าวจากหลาย ๆ ท่านที่เราได้ยินได้ฟังมา ...แต่จะเป็นจริงดั่งนี้หรือไม่ "ท่านต้องมาพิสูจน์" ด้วยตัวท่านเองและอีกกรณีหนึ่ง หลายท่านที่เดินทางมาณ.อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ยังได้กล่าวให้ได้ยินบ่อยครั้งว่า.....ท่านใดมาเที่ยวที่นี่ หากไม่ได้นอนค้างสัมผัสหมอก และอากาศเย็นในยามค่ำณ.บนอุทยานฯ นี้ "ท่านมาไม่ถึง" ทุ่งดอกกระเจียว ณ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม เป็นพรรณไม้ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เพียงปีละครั้งเท่านั้นจะเริ่มแทงหน่อใบหูกระต่ายในช่วงต้นฝนประมาณกลางเดือนพฤษภาคม และจะเริ่มแทงหน่อดอกในช่วงต้นเดือนมิถุนายนสีของดอกกระเจียว จะออกสีชมพูอมม่วง และสีขาว ปัจจุบันมีอยู่หลายสายพันธุ์อีกหนึ่งความงามจากธรรมชาติ ที่ชูช่อเป็นชั้นเหลื่อมสีชมพูอมม่วงคือ พลอยชมพู จะออกดอกช่วงปลายกรกฏาคมความงามของดอกกระเจียว ที่ธรรมชาติสร้างขึ้นจะไสวพริ้ว ไปจนถึงช่วงกลางเดือนสิงหาคม ของทุกปีหากท่านไม่ได้มาในช่วงเวลาดังกล่าว คงต้องรอปีต่อไปจึงจะได้มาสัมผัสความงามจากธรรมชาตินี้ ดอกกระเจียวเป็นพันธุ์ไม้ที่เกิดขึ้นที่นี่ จัดว่าสวยงามที่สุดในประเทศไทย ช่วงเวลาดังกล่าว ต่างแย่งกันชูช่อพริ้วไสวไปตามสายลมหนาว นอกฤดู ปูพรมด้วยผืนหญ้าสีเขียว ชุ่มช่ำด้วยหยาดน้ำค้าง อาบฉากหลังด้วยม่านสายหมอก ในยามรับรุ่งอรุณของวันใหม่ จึงเหมาะแก่การขึ้นเยือนบนผืน ทุ่งดอกกระเจียวขนาดใหญ่กว่า 1000 ไร่ ในยามเช้าตรู่เพราะหากสายกว่านี้บรรยากาศในการเข้าเยี่ยมสัมผัสจะแตกต่างกันราวฟ้ากับดินการเข้าไปยังทุ่งดอกกระเจียว ท่านต้องนำรถไปจอดที่ลานจอดรถขนาดใหญ่ซ้ายมือก่อนถึงอุทยานฯ 500 ม.หรือนำรถจอดบริเวณลานจอดรถที่ทางอุทยานฯ จัดให้ แล้วจึงนั่งรถสองแถวท้องถิ่นที่จอดรอรับนักท่องเที่ยวบริเวณทางเข้าอุทยานฯ เพียงท่านละ 10 บาท(ทั้งขึ้นและลง) โดยรถจะจอดให้ท่านลง ณ.จุดท่องเที่ยวต่าง ๆและท่านสามารถขึ้น-ลง รถคันใด ๆ ก็ได้ โดยขากลับลงมา รถฯ จะส่งท่านยังจุดเดิมที่ท่านขึ้นครั้งแรก กิจกรรมในงาน การจัดนิทรรศการต่างๆ การแข่งขันจักรยานเสือภูเขาชมทุ่งดอกกระเจียวและการจำหน่ายของดีเมืองชัยภูมิ สอบถามรายละเอียด TAT Call Center 1672 ททท. สำนักงานนครราชสีมา โทร. 0 4421 3030, 0 4421 3666


นิทรรศการ ๙ สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์ - นิทรรศการ 9 สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์ เป็นความร่วมมือระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม(วัดโพธิ์) มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนและสถาบันศาสนา และสร้างจิตสำนึกและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย อีกทั้งอนุรักษ์วิถีความเป็นอยู่และศิลปวัฒนธรรมไทยรวมทั้งสร้างกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในยามค่ำคืนในเขตโบราณสถานในกรุงเทพมหานคร สิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 9 สิ่ง ได้แก่ 1. มหัศจรรย์พระไสยาส พระพุทธรูปขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ โดยมีลักษณะพิเศษ คือ มีประดับมุกภาพมงคล 108 ประการที่พระบาท 2. มหัศจรรย์ตำราเวชเชตุพน ศาลาจารึกตำรานวดแผนโบราณ มีจิตรกรรมลายเส้นบอกตำแหน่งนวด นับเป็นบันทึกที่รวบรวมสรรพวิชาทั้งการแพทย์ การเมือง การปกครอง ประวัติการสร้างวัด และ วรรณคดี นับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศ 3. มหัศจรรย์มหาเจดีย์ สี่รัชกาล เป็นมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ 4 องค์ องค์พระเจดีนั้นเป็นแบบเจดีย์ย่อไม้สิบสอง ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบ อันประกอบด้วย พระมหาเจดีย์ประจำรัชกาลที่ 1 – 4 4. มหัศจรรย์ต้นตำนานสงกรานต์ไทย คติความเชื่อตำนานสงกรานต์ ซึ่งรัชกาลที่ 3 ให้จารึกลงในแผ่นศิลาติดไว้ที่วัดโพธิ์ เป็นเรื่องเล่าถึงความเป็นมาของประเพณีดังกล่าว โดยสมมุติผ่านเรื่องราวธรรมบาลกุมารและนางสงกรานต์ทั้งเจ็ดเทียบกับแต่ละวันในสัปดาห์ 5. มหัศจรรย์มรดกโลกวัดโพธิ์ ซึ่งรัชกาลที่ 3 ทรงให้นำองค์ความรู้จากปราชญ์ของไทยเช่น ตำราการแพทย์ โบราณคดี วรรณกรรม โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอนฯลฯ จารึกลงบนแผ่นหินอ่อนประดับไว้ตามบริเวณผนังภายในวัดซึ่งความรู้ที่จารึกไว้บนแผ่นศิลาในปัจจุบันรวมเรียกว่า ประชุมจารึกวัดพระเชตุพน โดยองค์การยูเนสโกมีมติรับรองขึ้นทะเบียนศิลาจารึกพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นเอกสารมรดกความทรงจำแห่งโลก 6. มหัศจรรย์ตำนานยักษ์วัดโพธิ์ บอกเล่าเรื่องราวตำนานเกี่ยวกับยักษ์วัดโพธิ์และยักษ์วัดแจ้งซึ่งทำให้เกิดท่าเตียนในปัจจุบัน 7. มหัศจรรย์ผ่านภพรัตนโกสินทร์ พระอุโบสถหลังเก่าของวัดโพธารามตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ภายหลังการสถาปนาพระอุโบสถหลังใหม่ของวัดพระเชตุพนแล้ว จึงได้ลดฐานะเป็นศาลาการเปรียญ โดยภายในมี "พระพุทธศาสดา” ประดิษฐานเป็นพระประธาน 8. มหัศจรรย์วิจิตรพระพุทธเทวปฏิมากร ภายในพระอุโบสถ ประดิษฐานพระพุทธเทวปฏิมากร เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ซึ่งรัชกาลที่ 1 ทรงอัญเชิญมาจากวัดศาลาสี่หน้า ด้วยประสงค์ตั้งมั่นแน่วแน่ว่า นี่จะเป็นพระนครอย่างถาวร 9. มหัศจรรย์ต้นตำรับนวดแผนไทย รัชกาลที่ 1ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้รวบรวมการแพทย์แผนโบราณและศิลปะวิทยาการครั้งกรุงศรีอยุธยาไว้ ทรงพระราชดำรินำเอาท่าดัดตนอันเป็นการพักผ่อนอิริยาบถแก้เมื่อยตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย และประยุกต์กับคติไทยที่ยกย่องฤษีเป็นครูผู้ประสิทธิ์ประสาทวิทยาการต่างๆ เป็นรูปฤาษีดัดตน แสดงท่าไว้ที่วัดเพื่อให้ราษฎรทั่วไปได้ศึกษาเล่าเรียนและรักษาโรคได้อย่างกว้างขวาง นิทรรศการ 9 สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์ เปิดให้เข้าชมงานฟรีตลอดเดือนตุลาคม 2551 เวลา 18.00-21.00 น. ของทุกวัน และจะเก็บค่าเข้าชมตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2551 เป็นต้นไป จนถึงเดือนเมษายน 2552 บัตรราคา 200 บาท (ซึ่งราคาบัตรนี้ยังไม่รวมราคานวด) สามารถซื้อบัตรได้ที่จุดจำหน่ายบัตรบริเวณวิหารพระพุทธไสยาส วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) กรุงเทพมหานคร หรือสอบถามได้ที่ สำนักงานวัดพระเชตุพนฯ โทร. 0 2226 0335 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม TAT Call Center 1672


นั่งรถอีแต๋นเที่ยวหมู่บ้านหนองขาว - นั่งรถอีแต๋นเที่ยวหมู่บ้านหนองขาว บ้านหนองขาว หมู่ 1 ต.หนองขาว อ.ท่าม่วง วิถีชีวิตไทยพื้นบ้าน หมู่บ้านใหญ่ไก่บินไม่ตกดิน แหล่งผลิตผ้าทอร้อยสี วิถีชีวิตไทยพื้นบ้านที่เรียบง่ายของชุมชนเกษตรกรรม ที่ยังคงสืบสานความเชื่ออย่างเรื่องหม้อยาย ประเพณี เช่นการโกนจุก การสร้างบ้านเรือนชิดติดกันจนไก่บินไม่ตกดิน ภาษาพูดแบบรวบคำและสำเนียงเหน่อน่าฟัง อาหาร ขนม การกินอยู่รสชาติไทยแท้ การทอผ้าใต้ถุนบ้าน ทั้งหมดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของคนบ้านหนองขาวที่ตั้งถิ่นฐานในพื้นที่แห่งนี้มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา กิจกรรมท่องเที่ยว - นั่งรถอีแต๋นชมหมู่บ้าน - อุ่นเครื่องด้วยเรื่องราว ประวัติศาสตร์บ้านหนองขาว - ศาลพ่อแม่ ที่นับถือของชาวบ้านหนองขาว - การจักสาน- การเจียระไนนิล วิถีชีวิตชาวบ้านตามท้องทุ่ง- ดงตาล ชมการปีนเก็บตาลที่หาดูได้ยาก ชิมน้ำตาลสดรสอร่อยจากต้น- ชมและชิมขนมตาลทำใหม่ๆ หอม หวานอร่อย สนุกกับการทดลองปิ้งข้าวเกรียบว่าว - ชม “หม้อยาย” ความเชื่อเรื่องผีบรรพบุรุษ - กระบวนการทอผ้า การร้อยเรียงของเส้นด้ายสีสดสวย ที่กลุ่มทอผ้า หมู่ที่ 10 - เลือกซื้อผ้าทอ ผ้าขาวม้าร้อยสี เครื่องประดับนิล ของใช้จากผ้า ที่ศูนย์ OTOP -ขี่จักรยานชมหมู่บ้าน จะเที่ยวแบบเต็มรูปแบบตามเส้นทางรถอีแต๋น หรือเลือกโปรมแกรมเองตามแต่ใจและแรงขี่จักรยานได้ตามอัธยาศัย


งานเทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม พร้อมร่วมชมงการประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม - องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ร่วมกับกองประกวดนางสาวถิ่นไทยงามจัดให้มีให้มีการประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม ปี 52 ในงานเทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม ครั้งที่ 5 ประจำปี 2552 ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม – 5 มกราคม 2552 บริเวณสวนสาธารณหาดเชียงราย เนื่องในวาระครบรอบ 58 ปี การประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และเผยแพร่ภาพลักษณ์ชื่อเสียงของการประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม รวมทั้งเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่ได้ทรงประทานมงกุฎและถ้วยรางวัลเกียรติยศ ให้แก่นางสาวถิ่นไทยงาม นางรัตนา จงสุทธนามณี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย แจ้งว่า เชียงรายเป็นจังหวัดเหนือสุดของประเทศที่ภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการทำการปลูกดอกไม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูหนาว ซึ่งอากาศเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของไม้ดอก ไม้ประดับที่มีความสวยงามแปลกตา ทั้งสีสันและชนิดพันธุ์ที่แตกต่างจากพื้นที่อื่นๆ จึงทำให้จังหวัดเชียงรายได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองแห่งดอกไม้งามมาโดยตลอด การจัดงานเทศกาลเชียงรายดอกไม้งามครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม – 5 มกราคม 2552 บริเวณสวนสาธารณหาดเชียงราย จัดขึ้นเพื่อให้งานนี้เป็นงานที่สำคัญงานหนึ่งของจังหวัดเชียงรายและเพื่อเป็นการยกระดับการจัดงานให้ทัดเทียมกับการจัดงานในระดับสากล โดยในงานจัดให้ผู้มาเที่ยวงามได้ชม ดอก ทิวลิปและลิลลี่ และกล้วยไม้ อุทยานไม้ดอกเมืองหนาวนานาพันธุ์ ซึ่งในปีนี้ได้จัดยิ่งใหญ่มโหสารและอลังการ กว่าที่เคยจัดมาแล้ว ทั้งดอกลิลลี่ และทิวลิป ได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างที่ทุกท่านจะต้องตกตะลึงในความมหาศาลละลานตาไปทั้งสวน ในส่วนของการจัดสวนกล้วยไม้ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดได้ เพิ่มจำนวนจากปีที่ผ่านมา จำนวน 15 สวน เพิ่มขึ้นเป็น 30 สวน ผสมกลมกลืนไปกับการจัด ภูมิปัญญาล้านนา วัฒนธรรมชนเผ่าแสดงและจำหน่ายสินค้า สุดยอดผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาห้องท้องถิ่นสวนอาหาร ลานเครื่องดื่ม และการแสดงบนเวทีทุกวัน สำหรับพิธีเปิดงานในวันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม 2551 นั้น จะมีขบวนแห่รถบุปผชาติซึ่งได้รับความร่วมมือจาก สถาบันการศึกษา ส่วนราชการองค์กรต่างๆ ส่งขบวนรถบุปผชาติ เข้าร่วมขบวนและการประกวดโดยตกแต่งด้วยดอกไม้พันธุ์ไม้นานาชนิด ร่วมขบวนแห่ไม่ต่ำกว่า 10 ขบวน เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เข้าชมงานได้จัดเตรียมการขนส่งผู้โดยสารทางน้ำ เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรที่เป็นปัญหารถติด นับเป็นชั่วโมงกว่าจะเข้าสู่บริเวณงานได้ โดยจัดเรือโดยสารจากท่าน้ำเชิงสะพานแม่ฟ้าหลวง ไปขึ้นที่ท่าน้ำบริเวณงานที่หาดเชียงราย ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาการจราจรติดขัดได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถนำรถมาจอดที่บริเวณก่อสร้างศาลากลางหลังใหม่ และบริเวณถนนเชิงสะพานแม่ฟ้าหลวงได้นับพันคัน นางรัตนา กล่าวในที่สุด ในส่วนของการประกวดนางสาวถิ่นไทยงามนั้น นายโชติศิริ ดารายน ประธานกองประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม กล่าวว่า การจัดประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม เพื่อให้เป็นตัวแทนส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีล้านนา และเป็นการร่วมประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงรายในระดับประเทศ โดยจัดการประกวดรอบแรกในวันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม 2552 และรอบสุดท้ายวันจันทร์ ที่ 5 มกราคม 2552 จะทำการถ่ายทำเทปการประกวดเพื่อนำไปออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ เพื่อเผยแพร่ภาพประกวดให้แพร่หลายไปทั่วประเทศ เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 58 ปี ของการประกวดนางสาวถิ่นไทยงามและเพื่อให้สอดคล้องกับการจัดงานเทศกาลเชียงรายดอกไม้งาม คณะผู้จัดได้จัดเพิ่มให้มีตำแหน่งนางงามบุปผชาติ โดยจะจัดการประกวด ในคืนวันที่ 4 มกราคม 2552 อีกด้วย


งานคืนแสงหิ่งห้อยชวนฝันที่จันทบุรี - วันที่ 16 มกราคม - 31 มีนาคม 2552 ณ อุทยานหิ่งห้อย ศูนย์เรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงนิเวศป่าชายเลนลุ่มน้ำเวฬุ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี สัมผัสความมหัศจรรย์...หิ่งห้อยนับล้นตัวเปล่งแสงระยิบระยับ...งดงามราวภาพฝัน ตื่นตากับฝูงเหยี่ยวแดงร่อนถลาเหนือน่านฟ้า ท่ามกลางธรรมชาติอันสมบูรณ์ขจี ผืนป่าชายเลนที่สมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย จังหวัดจันทบุรีกำหนดจัดงาน "คืนแสงหิ่งห้อยชวนฝันที่จันทบุรี" หรือ Firefly Walking Street ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 16 มกราคม 2552 ถึง 31 มีนาคม 2552 ณ ศูนย์เรียนรู้และท่องเที่ยวเชิงนิเวศป่าชายเลนลุ่มน้ำเวฬุ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าชายเลนที่มีความสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติ ติดอันดับต้น ๆ ของโลก มีความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของหิ่งห้อย นกเหยี่ยวแดงคอขาว ปู ปลา กุ้ง หอย แหล่งอนุบาลพันธุ์สัตว์น้ำทะเล รวมทั้งวิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น เป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยว โดยการจัดงานมีวัตถุประสงค์เพื่อ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติป่าชายเลนแหล่งอนุบาลพันธุ์สัตว์น้ำทะเล เผยแพร่ประชาสัมพันธ์การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ลดการตัดไม้ทำลายป่า ป้องกันผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน สร้างรายได้แก่ราษฎรในพื้นที่และกระจายรายได้สู่ชุมชนและประชาชนโดยรอบในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน รวมทั้งเป็นศูนย์จำหน่ายผลผลิตทางด้านการประมง ของที่ระลึก สินค้า OTOP เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจของประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่ผ่านเส้นทางถนนสายสุขุมวิทช่วงรอยต่อจังหวัดจันทบุรี – ตราด กิจกรรมประกอบด้วย - การสัมมนาด้านการบริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลนอย่างยั่งยืนโดยชุมชนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศป่าชายเลน - เดินชมและศึกษา "ป่าชายเลนที่สมบูรณ์ที่สุด" แห่งหนึ่งของประเทศไทยเนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ - การออกร้านค้าวิสาหกิจชุมชน ของชาวประมงพื้นบ้านที่นำสินค้า ผลิตภัณฑ์อาหารทะเลที่หามาได้จากแหล่งอาศัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเวฬุ อิ่มอร่อยกับอาหารทะเล มื้อละ 100 บาท ต่อคน การออกร้านจำหน่ายสินค้า OTOP ผลิตภัณฑ์ตำบล - การแสดงของนักเรียน นักศึกษาในพื้นที่ การแสดงศิลปินพื้นบ้าน - การเดินชมหิ่งห้อยยามค่ำคืน บนถนนลาดยางยาวกว่า 2.5 กิโลเมตร และสะพานไม้ยาว 1,200 เมตร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 08 9245 3509 www.weluwetland.net www.chanthaburi.go.th/tour/tour/calendar.htm ทั้งนี้มีจักรยานไว้บริการนักท่องเที่ยว พร้อมที่พักแบบกระโจมและเต็นท์ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 08 6337 1306


ห้อยโหนกลางป่า - ห้อยโหนกลางป่า กิจกรรมห้อยโหนตัวท่ามกลางแมกไม้ หรือ Flight of the Gibbon ตั้งอยู่ที่บ้านแม่กำปอง อำเภอแม่ออน ด้วยการสร้างสถานีแท่นไม้อยู่กลางลำต้นไม้ใหญ่ระหว่างสองลำต้นที่มีสลิงขึงไว้ตรงกลาง จากนั้นก็ห้อยโหนตัวโดยใช้ลวดสลิงเกี่ยวไว้กับตะขอที่เอวจากต้นหนึ่งไปยังอีกต้นหนึ่งท้าทายนักผจญภัยที่ชอบความเร็วและความสูง พื้นที่ที่เล่นเป็นป่าธรรมชาติที่ยังคงความสวยงาม บริษัท Treetop Adventures จึงมาเช่าต้นไม้และทำสถานีขึ้นมา 15 แห่ง มีความยากง่ายสูงต่ำต่างกันไป โดยเริ่มจากสถานีแรกเป็นการวอร์มอัพร่างกาย เล่นได้ง่าย ๆ ความยาวพอเหมาะ แล้วค่อย ๆ เพิ่มระดับไปยังสถานีที่สลิงยาว ๆ ระดับต้นไม้ชวนให้หวาดเสียว หรือแทนที่จะโหนในแนวราบก็ให้โหนแนวดิ่งเหมือนโรยตัวจากต้นไม้ลงสู่พื้น ตลอดกิจกรรมใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ด้วยระบบความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน พร้อมสตาฟฟ์ดูแลอย่างใกล้ชิด เปิดทุกวันเวลา 8.00-17.00 น.ราคากิจกรรม 1,920 บาทต่อท่าน มีรถรับส่งไป-กลับจากเมืองเชียงใหม่ อาหารกลางวัน และพาไปเดินน้ำตก หรือจะค้างคืนที่โฮมสเตย์บ้านแม่กำปอง หมู่บ้านพัฒนาตัวอย่างดีเด่นด้วยราคาท่านละ 980 บาทต่อคืน (รวมอาหารสามมื้อ) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท Treetop Adventure โทร. 08 9970 5511 หรือ www.treetopasia.com


นั่งเรือพาย ไหว้พระหลวงพ่อศิลา กว๊านพะเยา - นั่งเรือพาย ไหว้พระหลวงพ่อศิลา กว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา จัดบริการท่องเที่ยว นั่งเรือพายชมทัศนียภาพในกว๊านพะเยา โดยมีค่าโดยสารเรือพายคนละ 20 บาท และมีกิจกรรมเวียนเทียนทางน้ำรอบวัดติโลกอารามกลางกว๊านพะเยา สักการะหลวงพ่อศิลา อายุกว่า 500 ปี โดยจัดให้มีการเวียนเทียนทางน้ำในวันสำคัญทางพุทธศาสนา เช่น วันมาฆบูชา และวันอาสาฬหบูชา เป็นต้น


เทศกาลชมโลมา...ที่ท่าข้าม - เทศกาล "ชมโลมา...ที่ท่าข้าม" ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2551 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2552 ณ บริเวณปากแม่น้ำบางปะกง ตำบลท่าข้าม อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อลมหนาวเริ่มพัดมาเยือนอ่าวไทย ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นช่วงเวลาที่น้ำเค็มหมุนเข้ามาในนำจืดมากกว่าทุกฤดูกาลที่บริเวณปากแม่น้ำบางปะกงกระแสน้ำมิเพียงนำพาสัตว์ทะเลเข้ามาสู่ห้วงนำนี้เท่านั้นแต่ยังได้ชักนำ"ปลาโลมา"ทูตสันถวไมตรีแห่งทะเลไทยเข้ามาด้วย ทำให้ปลาโลมากลายเป็นสีสันของรอยต่อระหว่างแม่น้ำกับทะเล ณ บริเวณปากแม่น้ำบางปะกง การล่องเรือออกไปชมปลาโลมา ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ซึ่งแตกต่างจากที่อื่นๆ ปลาโลมาอิรวดี เป็นพันธุ์ที่พบมากที่สุดในบริเวณนี้ และเป็นสัตว์ในพระบรมราชินูปถัมน์ของ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนารถ จัดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองลำดับที่ 138 คือ ห้ามล่า ห้ามค้า ห้ามครอบครอง หรือห้ามเพาะพันธุ์ เว้นแต่จะได้รับอนุญาต นอกจากนี้ ยังพบปลาโลมาชนิดอื่นอีกด้วย เช่น ปลาโลมาปากขวด โลมาหลังโหนก และโลมาหัวบาตรหลังเรียบ เป็นต้น เทศบาลตำบลท่าข้าม และชาวชุมชนริมแม่น้ำบางปะกง ร่วมกันจัดงานเทศกาล "ชมโลมา...ที่ท่าข้าม" ติดต่อกันมาทุกปี ซึ่งในปีนี้นับเป็นปีที่ 6 โดยคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างรู้คุณค่าและยั่งยืน ด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศบริเวณลุ่มแม่น้ำบางปะกง รวมทั้งจัดระเบียบการชมปลาโลมาอย่างถูกวิธี ทำให้การจัดกิจกรรมล่องเรือชมปลาโลมาเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น และเดินทางมาท่องเที่ยวช่วงเทศกาลชมปลาโลมามากขึ้นทุกปี ททท.สำนักงานกรุงเทพมหานครและเทศบาลตำบลท่าข้าม จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวและผู้สนใจทั่วไป ไปสัมผัสวิถีชีวิตธรรมชาติปลาโลมาอย่างใกล้ชิดพร้อมทั้งสัมผัสวิถีชีวิตชาวบางปะกงที่ผูกพันกับสายน้ำบางปะกงหลายร้อยปี ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2551 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2552 ที่บริเวณปากแม่น้ำบางปะกง ตำบลท่าข้าม อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลตำบลท่าข้าม โทรศัพท์หมายเลข 03857 3411 - 2 และ TAT CALL CENTER 1672


สัมผัสเทศกาลดอกไม้เมืองหนาว ปี 2551 - การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเลย ร่วมกับ จังหวัดเลยโดยอำเภอภูเรือ จัดงานแถลงข่าวเทศกาลท่องเที่ยวเลย เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2551 ณ บริเวณสนามที่ว่าการอำเภอภูเรือ จ.เลย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดเลยให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาท่องเที่ยวได้ตลาดทั้งปี และกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย นางอัจฉพรรณ บุญเจริญ ผู้อำนวยการททท.สำนักงานเลย กล่าวว่า จังหวัดเลยเป็นจังหวัดที่มีสินค้าท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งด้านธรรมชาติ ฯลฯ อาทิ เช่น อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ภูเรือ ภูสวนทราย เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง สวนหินผางาม ที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี มีพรมแดนติดต่อกับ สปป.ลาว ซึ่งมีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ข้ามแม่น้ำเหืองที่อำเภอท่าลี่ สามารถเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงสู่เมืองแก่นท้าว แขวงไชยะบุรี มีทิวทัศน์ที่สวยงามแปลกตาของลำน้ำโขงที่อำเภอเชียงคานและอำเภอปากชม รวมถึงวัฒนธรรมมประเพณีโดดเด่นแตกต่างไปจากถิ่นอื่น เช่น ประเพณีการละเล่นผีตาโขน ผีขนน้ำ ประเพณีแห่ต้นนดอกไม้ ประเพณีออกพรรษา และยังมีศูนย์ศิลป์สิรินธร แหล่งรวมวิชาความรู้เกี่ยวกับศิลปะของเด็ก เยาวชน และผู้สนใจทั่วไป อีกทั้ง ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป ความหนาวเย็นได้แผ่มาปกคลุมจังหวัดเลย ดอกไม้เริ่มบานสะพรั่ง พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวดัวยความสวยงามของพรรณไม้หลากหลายชนิด ในโอกาสนี้จังหวัดเลยขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวงานเทศกาลดอกไม้เมืองหนาว ปี 2551 ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2551 – 3 มกราคม 2552 ณ สนามที่ว่าการอำเภอภูเรือ จังหวัดเลย ซึ่งภายในงานมีกิจกรรมต่างๆ อาทิ การออกร้านของส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การจำหน่ายสินค้า OTOP ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สินค้าราคาถูก การแสดงคอนเสิร์ต จากวงดนตรี และศิลปินชื่อดัง โดยในปีนี้ได้จัดงานยิ่งใหญ่กว่าปีที่ผ่านมา ในวันที่ 28 ธันวาคม 2551 – การแข่งขันมินิ-ฮาลฟ์ มาราธอน ชมธรรมชาติ สวนไม้ดอก ไม้ประดับ วันที่ 30 ธันวาคม 2551 – การจัดขบวนแห่รถบุปผาชาติ ซึ่งตกแต่งด้วยไม้ดอก ไม้ประดับนานาชนิด วันที่ 31 ธันวาคม 2551 – ร่วมส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ด้วยการชมกายกรรมจากประเทศจีน และร่วมชิมอาหารพื้นเมืองจานเด็ด เช่น หลามไก่ ป่ามไข่ ลาบเห็ดหอม เป็นต้น และวันที่ 2 ธันวาคม 2552 – การประกวดสาวงาม “ธิดาแม่คะนิ้ง” สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานเลย โทรศัพท์ 042-812812 ,042-811405 โทรสาร 042-811480 www.tourismthailand.org/loei email tatloei@tat.or.th



Get This? Newsflash Scroller PRO for Mambo 4.5.1, © 2004 webraydian.com

งานเทศกาลท่องเที่ยวดอกกระเจียวงาม
แก้ไขโดย Administrator   
วันพฤหัสบดีที่ 28 28 พฤษภาคม พ.ศ.2552
สถานที่ บริเวณอุทยานแห่งชาติป่าหิน อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ วันที่ 1 มิถุนายน - 31 สิงหาคม 2552 งานวันดอกกระเจียวงาม ทุกปี จะเริ่มงานตั้งแต่ ช่วงเดือน มิถุนายน กรกฏาคม และสิงหาคม ของทุกๆปีโดยช่วงแรกต้นเดือนมิถุนายนจะจัดงาน "วันกระเจียวคืนทุ่ง" โดย อบต.บ้านไร่ และทุกอบต.ในเขต อ.เทพสถิตพร้อมขบวนรถบุปผาชาติจากเหล่าอบต. และโรงเรียนในเขตบ้านไร่รวม 16 ขบวนและชมสาวงามจากชาวบ้านไร่ ในงานประกวด "เทพธิดาดอกกระเจียว" ในปี 2551 นี้ทางจังหวัด จัดวันเปิดงานวันที่ 9 มิถุนายน พร้อมการแสดงต่าง ๆ ทุกอาทิตย์ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวในเขตอุทยานฯ รัศมีไม่เกิน 6 กม.จะแนะนำท่านในช่วงถัดจากนี้ไปพร้อมแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดชัยภูมิ อื่น ๆ อีกนับหลายสิบแห่งเท่าที่เวลาของท่านมีอยู่ในจังหวัดชัยภูมิ นี้ เมื่อท่านได้มาพักผ่อน ณ.อุทยานแห่งนี้ ท่านสามารถสัมผัสกับอากาศหนาวเย็นสบายเกือบตลอดปีโดยเฉลี่ยทั้งปี อยู่ที่ 4 - 25 องศา (ในช่วงกลางคืน) และช่วงกลางวัน เฉลี่ยเดือนเมษายน ไม่เคยเกิน 32 องศาจึงทำให้หลาย ๆ ท่านที่ได้แวะมา ณ.อุทยานฯ แห่งนี้เป็นครั้งแรก ต้องแปลกใจกับอากาศที่ แตกต่างจากกรุงเทพฯอย่างสิ้นเชิงและอีกหลาย ๆ ท่านที่เดินทางมาจากทางภาคเหนือตอนบน กล่าวว่า..."อากาศที่นี่ ดีกว่าบ้านเค้าด้วยซ้ำ" และอีกหลายท่านที่เดินทางมาจากทางวังน้ำเขียว(อากาศดีติด1ใน7ของโลก) ยังคาดไม่ถึงว่าที่นี่อากาศไม่แพ้บ้านเค้าเลยนั่นเป็นเพียงการกล่าวจากหลาย ๆ ท่านที่เราได้ยินได้ฟังมา ...แต่จะเป็นจริงดั่งนี้หรือไม่ "ท่านต้องมาพิสูจน์" ด้วยตัวท่านเองและอีกกรณีหนึ่ง หลายท่านที่เดินทางมาณ.อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ยังได้กล่าวให้ได้ยินบ่อยครั้งว่า.....ท่านใดมาเที่ยวที่นี่ หากไม่ได้นอนค้างสัมผัสหมอก และอากาศเย็นในยามค่ำณ.บนอุทยานฯ นี้ "ท่านมาไม่ถึง" ทุ่งดอกกระเจียว ณ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม เป็นพรรณไม้ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เพียงปีละครั้งเท่านั้นจะเริ่มแทงหน่อใบหูกระต่ายในช่วงต้นฝนประมาณกลางเดือนพฤษภาคม และจะเริ่มแทงหน่อดอกในช่วงต้นเดือนมิถุนายนสีของดอกกระเจียว จะออกสีชมพูอมม่วง และสีขาว ปัจจุบันมีอยู่หลายสายพันธุ์อีกหนึ่งความงามจากธรรมชาติ ที่ชูช่อเป็นชั้นเหลื่อมสีชมพูอมม่วงคือ พลอยชมพู จะออกดอกช่วงปลายกรกฏาคมความงามของดอกกระเจียว ที่ธรรมชาติสร้างขึ้นจะไสวพริ้ว ไปจนถึงช่วงกลางเดือนสิงหาคม ของทุกปีหากท่านไม่ได้มาในช่วงเวลาดังกล่าว คงต้องรอปีต่อไปจึงจะได้มาสัมผัสความงามจากธรรมชาตินี้ ดอกกระเจียวเป็นพันธุ์ไม้ที่เกิดขึ้นที่นี่ จัดว่าสวยงามที่สุดในประเทศไทย ช่วงเวลาดังกล่าว ต่างแย่งกันชูช่อพริ้วไสวไปตามสายลมหนาว นอกฤดู ปูพรมด้วยผืนหญ้าสีเขียว ชุ่มช่ำด้วยหยาดน้ำค้าง อาบฉากหลังด้วยม่านสายหมอก ในยามรับรุ่งอรุณของวันใหม่ จึงเหมาะแก่การขึ้นเยือนบนผืน ทุ่งดอกกระเจียวขนาดใหญ่กว่า 1000 ไร่ ในยามเช้าตรู่เพราะหากสายกว่านี้บรรยากาศในการเข้าเยี่ยมสัมผัสจะแตกต่างกันราวฟ้ากับดินการเข้าไปยังทุ่งดอกกระเจียว ท่านต้องนำรถไปจอดที่ลานจอดรถขนาดใหญ่ซ้ายมือก่อนถึงอุทยานฯ 500 ม.หรือนำรถจอดบริเวณลานจอดรถที่ทางอุทยานฯ จัดให้ แล้วจึงนั่งรถสองแถวท้องถิ่นที่จอดรอรับนักท่องเที่ยวบริเวณทางเข้าอุทยานฯ เพียงท่านละ 10 บาท(ทั้งขึ้นและลง) โดยรถจะจอดให้ท่านลง ณ.จุดท่องเที่ยวต่าง ๆและท่านสามารถขึ้น-ลง รถคันใด ๆ ก็ได้ โดยขากลับลงมา รถฯ จะส่งท่านยังจุดเดิมที่ท่านขึ้นครั้งแรก กิจกรรมในงาน การจัดนิทรรศการต่างๆ การแข่งขันจักรยานเสือภูเขาชมทุ่งดอกกระเจียวและการจำหน่ายของดีเมืองชัยภูมิ สอบถามรายละเอียด TAT Call Center 1672 ททท. สำนักงานนครราชสีมา โทร. 0 4421 3030, 0 4421 3666
นิทรรศการ ๙ สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์
แก้ไขโดย Administrator   
นิทรรศการ 9 สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์ เป็นความร่วมมือระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม(วัดโพธิ์) มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างกิจกรรมส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนและสถาบันศาสนา และสร้างจิตสำนึกและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย อีกทั้งอนุรักษ์วิถีความเป็นอยู่และศิลปวัฒนธรรมไทยรวมทั้งสร้างกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในยามค่ำคืนในเขตโบราณสถานในกรุงเทพมหานคร สิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 9 สิ่ง ได้แก่ 1. มหัศจรรย์พระไสยาส พระพุทธรูปขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ โดยมีลักษณะพิเศษ คือ มีประดับมุกภาพมงคล 108 ประการที่พระบาท 2. มหัศจรรย์ตำราเวชเชตุพน ศาลาจารึกตำรานวดแผนโบราณ มีจิตรกรรมลายเส้นบอกตำแหน่งนวด นับเป็นบันทึกที่รวบรวมสรรพวิชาทั้งการแพทย์ การเมือง การปกครอง ประวัติการสร้างวัด และ วรรณคดี นับเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศ 3. มหัศจรรย์มหาเจดีย์ สี่รัชกาล เป็นมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ 4 องค์ องค์พระเจดีนั้นเป็นแบบเจดีย์ย่อไม้สิบสอง ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบ อันประกอบด้วย พระมหาเจดีย์ประจำรัชกาลที่ 1 – 4 4. มหัศจรรย์ต้นตำนานสงกรานต์ไทย คติความเชื่อตำนานสงกรานต์ ซึ่งรัชกาลที่ 3 ให้จารึกลงในแผ่นศิลาติดไว้ที่วัดโพธิ์ เป็นเรื่องเล่าถึงความเป็นมาของประเพณีดังกล่าว โดยสมมุติผ่านเรื่องราวธรรมบาลกุมารและนางสงกรานต์ทั้งเจ็ดเทียบกับแต่ละวันในสัปดาห์ 5. มหัศจรรย์มรดกโลกวัดโพธิ์ ซึ่งรัชกาลที่ 3 ทรงให้นำองค์ความรู้จากปราชญ์ของไทยเช่น ตำราการแพทย์ โบราณคดี วรรณกรรม โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอนฯลฯ จารึกลงบนแผ่นหินอ่อนประดับไว้ตามบริเวณผนังภายในวัดซึ่งความรู้ที่จารึกไว้บนแผ่นศิลาในปัจจุบันรวมเรียกว่า ประชุมจารึกวัดพระเชตุพน โดยองค์การยูเนสโกมีมติรับรองขึ้นทะเบียนศิลาจารึกพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นเอกสารมรดกความทรงจำแห่งโลก 6. มหัศจรรย์ตำนานยักษ์วัดโพธิ์ บอกเล่าเรื่องราวตำนานเกี่ยวกับยักษ์วัดโพธิ์และยักษ์วัดแจ้งซึ่งทำให้เกิดท่าเตียนในปัจจุบัน 7. มหัศจรรย์ผ่านภพรัตนโกสินทร์ พระอุโบสถหลังเก่าของวัดโพธารามตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ภายหลังการสถาปนาพระอุโบสถหลังใหม่ของวัดพระเชตุพนแล้ว จึงได้ลดฐานะเป็นศาลาการเปรียญ โดยภายในมี "พระพุทธศาสดา” ประดิษฐานเป็นพระประธาน 8. มหัศจรรย์วิจิตรพระพุทธเทวปฏิมากร ภายในพระอุโบสถ ประดิษฐานพระพุทธเทวปฏิมากร เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ซึ่งรัชกาลที่ 1 ทรงอัญเชิญมาจากวัดศาลาสี่หน้า ด้วยประสงค์ตั้งมั่นแน่วแน่ว่า นี่จะเป็นพระนครอย่างถาวร 9. มหัศจรรย์ต้นตำรับนวดแผนไทย รัชกาลที่ 1ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้รวบรวมการแพทย์แผนโบราณและศิลปะวิทยาการครั้งกรุงศรีอยุธยาไว้ ทรงพระราชดำรินำเอาท่าดัดตนอันเป็นการพักผ่อนอิริยาบถแก้เมื่อยตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย และประยุกต์กับคติไทยที่ยกย่องฤษีเป็นครูผู้ประสิทธิ์ประสาทวิทยาการต่างๆ เป็นรูปฤาษีดัดตน แสดงท่าไว้ที่วัดเพื่อให้ราษฎรทั่วไปได้ศึกษาเล่าเรียนและรักษาโรคได้อย่างกว้างขวาง นิทรรศการ 9 สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์ เปิดให้เข้าชมงานฟรีตลอดเดือนตุลาคม 2551 เวลา 18.00-21.00 น. ของทุกวัน และจะเก็บค่าเข้าชมตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2551 เป็นต้นไป จนถึงเดือนเมษายน 2552 บัตรราคา 200 บาท (ซึ่งราคาบัตรนี้ยังไม่รวมราคานวด) สามารถซื้อบัตรได้ที่จุดจำหน่ายบัตรบริเวณวิหารพระพุทธไสยาส วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) กรุงเทพมหานคร หรือสอบถามได้ที่ สำนักงานวัดพระเชตุพนฯ โทร. 0 2226 0335 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม TAT Call Center 1672
Lifestyle
ประชาสัมพันธ์ ที่พัก ประชาสัมพันธ์ ที่พัก
ขอบคุณที่ไม่สูบบุหรี่ ขอบคุณที่ไม่สูบบุหรี่
ประชาสัมพันธ์บริษัททัวร์ ประชาสัมพันธ์บริษัททัวร์
ตรวจสอบตารางเดินรถไฟ
จังหวัดในประเทศไทย
อุทยานแห่งชาติในประเทศไทย
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
ประกาศอุทยานแห่งชาติ
จองที่พักอุทยานแห่งชาติ
C I T E S
I U C N
Travel clinic
อนุสาร อสท. อนุสาร อสท.
ประชาสัมพันธ์ ร้านอาหาร ประชาสัมพันธ์ ร้านอาหาร
ราคาน้ำมันวันนี้
ร่วมแสดงความคิดเห็น
ท่องเที่ยวแบบไหนที่คุณถูกใจ
  
Travelgear SHOP
การเลือกใช้กล้องส่องทางไกล
การเลือกซื้อเต๊นท์
สนับสนุนตะลอนทั่วไทย
SASIMA Inkjet SASIMA Inkjet
ขอนแก่นลิ้งค์
เทรคเกอร์ฮัท
Trip&Trek
เช่ารถตู้
รวมเวปอื่นๆ
จำนวนผู้เข้าชมเวปนี้
_VISITORS: 154452
Author information goes here. Copyright 2005 [ WWW.TalonTourThai.COM ]. All rights reserved.